| 個人檔案lllllll-0-0-lllllll Life...部落格清單訪客留言 | 說明 |
|
เรื่องของฉัน!!
ค่ายและกิจกรรมต่างๆ
กรูจะเที่ยวหลังชนฝา!!
เรื่องไร้สาระ!!
|
lllllll-0-0-lllllll Life..It's no use crying over spilt milk. So, let the past curing itself... 21-22 Nov 09 : วันอภิมหามงคลฤกษ์ของจริง!!เสาร์อาทิตย์นี้ (21-22 พ.ย.) คงเป็นวันอภิมหามงคลฤกษ์เป็นแน่ หลายๆงานพร้อมใจกันจัดอีกแล้ว แต่ครั้งนี้ดีหน่อยที่ข้าพเจ้าสามารถไปร่วมได้ครบทุกงาน วันเสาร์ที่ 21 มีงานจตุรมิตรฯ ครั้งที่ 25 และงานแต่งงานเพื่อนโน๊ต เพื่อนที่คณะ วันอาทิตย์ 22 มีงานแต่งงานเพื่อนฟ้า เพื่อนโพธิสารฯ วันเสาร์ตื่นแต่เช้า….. ประมาณ 11 โมง 5555 รีบไปที่สนามศุภฯก่อนคนจะทะลัก ก็โอเค มีเพื่อนไปล่วงหน้าก่อนแล้วก็พอมีที่นั่งดีๆบ้าง แล้วก็รอดูบอลเปิดสนาม สวนกุหลาบฯ - เทพศิรินทร์ จบเกมส์สวนกุหลาบฯชนะเทพศิรินทร์ 1-0 โย่วๆๆๆ.. เฮ.. จบคู่แรกก็รีบไปขึ้นรถเพื่อไปงานแต่งงานเพื่อนโน๊ต ที่มหาชัย ร้านนิวรสทิพย์ เป็นคนแรกของรุ่นที่แต่งงาน ยินดีด้วย เพื่อนๆต่างก็ตาร้อนผ่าว หนาวๆร้อนๆไปตามๆกัน วันอาทิตย์ตอนเย็นก็นั่งรถเมล์ไปรวมพลกันที่ รร.โพธิสารฯ เพื่อรอราชรถมารับไปที่โรงแรมริเวอร์ นครปฐม สถานที่จัดงานแต่งงานของเพื่อนฟ้า ^^ ตอน ม.ต้น ยังแกล้งกันอยู่เลย วันนี้แต่งงานเป็นศรีภริยาเสียแล้ว ยินดีด้วย.. และวันนี้ก็เป็นเหมือนวันรวมรุ่นของพวกเราอีกครั้ง เพื่อนๆที่ไม่ได้เจอเกือบ 10 ปี ก็ได้มาเจอที่งานนี้ มีความสุขจังเลย
ธีรเดช จะ แต่ง บ้าง 555 12 Nov 09 : การผจญภัยของ Notebook เครื่องใหม่ของฉันกลับมาแล้ว ไม่ได้หายไปไหนนะ หลังจากกลับจากเที่ยวน่านครั้งนั้น ก็งานเข้าทันที Notebook มันออกอาการแปลกๆ โปรแกรมอืด ถ่ายข้อมูลช้ามาก แถม Start Windows 5 นาที Hibernate อีก 10 นาที ไม่ไหวแล้ววว.. Format windows ลงใหม่ไป 2 รอบ อาการก็กลับมาอีก ก็เลยคิดว่า มันคงสิ้นอายุขัยจริงๆแล้วล่ะ ใช้มาเกือบ 5 ปี เปลี่ยนเมนบอร์ดไป 1 รอบตอนหมดประกันพอดี พอดีใกล้ Commart ก็เลยคิดว่าซื้อใหม่ดีกว่า จะได้เอาเครื่องเร็วๆมาทำงาน งานจะได้เสร็จเร็วๆ (รึเปล่า 555) เครื่องเก่าก็ใช้ซะคุ้มเหลือเกิน เครื่องเก่า Acer Travelmate จอ 15.4” หนัก 3 กิโล..หนักมากๆ ไม่รู้ว่าแต่ก่อนแบกได้ยังไงทุกวัน ราคาก็ถือว่าถูกในตอนนั้น 42700 บาท.. ก็ซื้อมาด้วยเงินรางวัล Dtac Nokia iAwards ล่ะครับ งานนี้มีบุญคุณต่อกระผมมากมาย ถ้าไม่มีงานนี้คงไม่มีเงินไปซื้อ Notebook มาใช้งาน รวมถึงทำโปรเจค ก็ตั้งใจว่าจะถอนทุนคืน ก็ถอนคืนซะจนไม่รู้จะเรียกว่ายังไงแล้ว 555 เก็บมาดาวน์บ้านได้ละกัน หุหุ ครั้งนี้ก็คิดว่าซื้อมาทำทุน และจะถอนทุนคืนให้หมดสิ้นเร็วๆนี้ ตอนตัดสินใจซื้ออีก 2 วันก็ Commart แล้ว ไม่ค่อยได้มีเวลาศึกษาเท่าไรเลย เอาวะไปลุยๆกันหน้าบูธเลยละกัน ไปดู Lenovo ก่อนเลยวันแรก เพราะมีพิธีเปิด เข้าไปใน Planary Hall ไม่ได้ ก็เลยดูแต่ข้างนอก ดูแล้วรู้สึกถูกใจเลยอ่ะ ถูกชะตามากๆ บอกไม่ถูก อารมณ์ประมาณว่า กูต้องเอามาครอบครองให้ได้ 55 ราคาก็โอเค พอ Hall เปิด ก็แทบไม่ได้ดูยี่ห้ออื่นเลย ถูก Lenovo ครอบงำไปแล้ว วันต่อมาก็มาซื้อเลย ผ่อนบัตรเครดิต 0% 10 เดือน แถมได้ Cash Back อีก 3% อีก ดีจริงๆ ^^ รุ่นที่ซื้อก็ Lenovo Y450 Core2duo P8700 2.53GHz NVidia GT 240M Ram 4 GB นี่แหละที่ฉันต้องการรร ฮ่า
ตอนรับของก็ test dead pixel เจอไป 2 เครื่อง รับของมาก็กลับบ้านอย่างมีความสุข กลับมาลง XP แล้วเพิ่งรู้ว่าการ์ดจอยังไม่ทำ Driver สำหรับ XP มีแต่ของ Vista กับ 7 โอ้วก๊อดด ตกใจมาก ไม่คิดว่าจะเจอเหตุการณ์ยังงี้ขึ้นกับ XP ผู้ซึ่งไม่เคยมีปัญหาเรื่อง Driver 55 สุดท้ายก็ต้องลง Windows 7 Ultimate 64-bit ไป จะได้มองเห็น Ram เต็ม 4GB ลงเสร็จก็งง ทำอะไรไม่ถูก ศึกษาไปสักระยะก็โอเคขึ้น ตอนแรกที่ไม่อยากใช้เพราะกลัวมีปัญหาเรื่องลงโปรแกรมเหมือน Vista สมัยนั้น แต่ดันลงโปรแกรมได้หมดเลยแฮะ ตอนนี้ก็เลยหลงรักแล้วล่ะ ฮ่าๆ ใช้ไปได้สักพักก็สังเกตว่า บริเวณจอด้านขวา มันจะสั่นเป็นคลื่น ที่ระดับความสว่างจอค่านึง ที่เป็นระดับที่เหมาะสมที่สุดสำหรับใช้ที่บ้าน เห็นแล้วหงุดหงิดมากๆ ก็เลยไปที่ร้านให้เค้าดูหน่อย ช่างที่นี่ดีมากๆเลยครับ บริการดี ได้ใจผมไปเต็ม ขอบอกซื่อร้านละกัน J.I.B. ครับ ไปถึงช่างก็ลอง test ดูว่าเป็นที่ driver การ์ดจอหรือเปล่า uninstall แล้วลงของช่าง ปรากฏว่ายังเป็นอยู่ เค้าก็เลยจะเปลี่ยนเครื่องใหม่ให้ โดยจะถอด HDD เครื่องนี้ไปใส่เครื่องใหม่จะได้ test ได้ โอ้โห สุดยอดเลยครับ ก่อนมาที่ร้านก็คิดมาโดยตลอดว่าอยากจะลองเอา HDD ไปใส่เครื่องใหม่ จะได้ scope Factor ได้ ก็คิดว่าเค้าคงไม่ยอมชัวร์ เครื่องใหม่แกะกล่องใครจะอยากให้แกะเครื่องว่ะ แต่นี่ช่างเค้าเสนอเองเลย สุดยอดครับ ^^ พอลองเครื่องใหม่ ปรากฏว่าหายครับ ไม่เป็นแล้ว ตอนนั้นใจชื้นขึ้นมาเลยครับ นั่งคิดไม่ตกตั้งหลายคืนว่าจะเอามาเปลี่ยนดีมั้ย เพราะกลัวเปลี่ยนแล้วจะได้เครื่องที่มีปัญหามากกว่าเดิม เครื่องใหม่ก็ดันเจอ dead pixel อีก แย่จริงๆ ก็ลองอีกเครื่องกลายเป็นว่าจอสั่นกลางจอเลย เหอะๆ ก็เลยบอกเค้าว่าขอลองเครื่องใหม่แต่เอา lot เดียวกับเครื่องเมื่อกี้นะ มันมี defect เป็น lot เลยแฮะ สุดท้ายก็ได้เครื่องใหม่มาสมใจครับ โอเคเลยล่ะ สบายใจ แต่กว่ามาถึงจุดนี้ต้องวิ่งไปวิ่งมาระหว่าง Value System (ดูแลประกัน) กับ J.I.B. เพราะเครื่องเก่าเราไปลงทะเบียนซื้อประกันเพิ่มเป็น 3 ปีกับทาง Lenovo แล้ว แต่ประกันเปลี่ยนเครื่อง 7 วันนี่เป็นของทางร้าน ซึ่งตอนแรกทางร้านเค้าจะไม่ยอมเปลี่ยนเครื่องใหม่ให้ ก็เลยต้องไปปรึกษากับ Value เค้าก็บอกให้ทำ Remark ให้เรา แล้วต้องทำเอกสารส่งเรื่องกลับไปทาง Lenovo ซึ่งในที่สุดเค้ายอมทำให้ ไม่งั้นต้องยอมเสียประกันเครื่องเก่า และซื้ออันใหม่ ขอบคุณจริงๆครับ ร้านนี้ได้ใจผมไปเต็มๆเลย แต่สบายใจไม่นาน.. หลังจากเปลี่ยนเครื่องใหม่สดๆร้อนๆก็มานั่งทำงานที่ True Cofee Siam Square เสียบปลั๊กวางอยู่บนโต๊ะ เกิดอยากเข้าห้องน้ำ ก็เลยเดินข้ามสายไฟไป แต่ไม่รู้อีท่าไหน รองเท้าดันไปเกี่ยวสายซะงั้น กระชากแรงมาก โน๊ตบุ๊กเครื่องใหม่ข้าพเจ้าก็ค่อยๆตกลงมาสู่พื้น หน้าเสียเลย เงินเกือบสี่หมื่นจะละลายไปกับสายลมแล้วหรือ รีบเดินมาดู แผงพลาสติกหลังเครื่องอ้าออกมา ขอบจอที่เป็นพลาสติกก็อ้าเช่นกัน body หลังจอเป็นรอยกระแทก น้ำตาจะไหลลล ทำไมต้องเกิดเรื่องยังงี้ด้วยว่ะ เหมือน Notebook เครื่องก่อนเลย ซื้อมา 10 วันตกพื้น มองในแง่ดีก็ถือว่าได้ drop test แล้ว หึหึ กลับมาบ้านเพิ่งเห็นว่าพลาสติกวงแหวนรอบช่องเสียบ jack สายไฟ แตกขวางช่องเสียบไฟ อ่อย หงุดหงิดตัวเอง ทำไมนะ ทำไมของบางอย่างยิ่งดูแลมากเท่าไร ก็มักจะมีสิ่งไม่คาดฝันเกิดขึ้นทุกที จบแล้วดีกว่า เสียใจหว่ะ ปล. เวลาซื้อประกันเพิ่ม ควรลงทะเบียนเมื่อรู้ว่า S/N มันนิ่งแล้ว คือ หลังสิ้นสุดประกันร้าน 7 วัน.. ไม่เช่นนั้นคุณก็ต้องไปตบตีกับทางร้านเองนะครับ เหอะๆ 23-25 Oct 09 : ทริปล่องแก่งลำน้ำว้า น่าน (ตอนที่ 2 : ขึ้นดอย)หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจล่องแก่งลำน้ำว้า ก็มุ่งหน้าเข้าสู่อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จองบ้านพักที่ผาชู้ไว้ บ้าน 1 หลัง สำหรับนอน 6 คน มีอยู่ 3 ห้อง 2 ห้องน้ำ แต่เอาเข้าจริงๆอยู่ได้ซัก 20 คนเลยทีเดียว เราไปกัน 14 คนก็เลย เหมาๆเนียนๆเป็น 1 บ้าน กับอีก 1 เต้นท์ แล้วมายัดๆกันในบ้านทั้งหมด อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ถึงเวลามากำจัดเสบียงกันแล้ว แต่ละคนก็เหนื่อยอ่อนจากการล่องแก่งก็กินกันพอเป็นพิธี ซัดเบียร์ไป 1 ลัง พอให้นอนหลับสบาย แล้วก็แยกย้ายกันนอน เพราะวันรุ่งขึ้นต้องตื่นตั้งแต่ 4.30 น. เพื่อเดินทางไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ ผาหัวสิงห์ ดอยเสมอดาว โดนแซะออกจากเตียงพร้อมกับมวลรวมแอลกอฮอล์ที่ยังถูกกำจัดไม่หมด แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคไปการไปดูพระอาทิตย์ขึ้นวันนี้ ลุยๆ!! ขณะเดินทางรถตู้ก็แบกน้ำหนักพวกเราไปไม่ไหว เร่งไม่ขึ้น ก็ต้องสละยาน ช่วยกันเข็ญ ช่วยกันลุ้น ให้ไปให้ทันพระอาทิตย์ขึ้น ไปถึงดอยเสมอดาวทันเวลา สวยงามมากๆ วิวสวยจริงๆ เห็นแล้วรู้สึกอยากจะนอนที่นี่มาก แต่น่าเสียดายที่เมื่อคืนฟ้าปิดก็เลยมองไม่เห็นดาวกัน เดินไปที่จุดชมวิว รอดูพระอาทิตย์ขึ้น บางส่วนก็ปีนขึ้นไปที่ผาหัวสิงห์ที่ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า โหดมากๆๆ เราอยากขึ้นไปมากๆแต่ท้องไส้ปั่นป่วนก็เลยตามขึ้นไปไม่ทัน ก็นั่งรออยู่ข้างล่างดีกว่า ไม่นานพระอาทิตย์ก็โผล่ขึ้นมาจากขอบฟ้า หมอกก็พยายามหนีความร้อนจากดวงอาทิตย์หล่นมากองอยู่ด้านล่าง บางส่วนก็ไหลไปกองที่อีกหุบเขาหนึ่ง สวยงามมากๆๆ เท่าที่ดูเราชอบวิวของที่นี่ที่สุดเลยล่ะ ทะเลหมอกก็สวยงามมากจริงๆ ไม่เคยเห็นทะเลหมอกที่สมบูรณ์ขนาดนี้มาก่อนเลย ทุกครั้งก็เข้าใจว่าทะเลหมอกต้องมาดูตอนหน้าหนาวเท่านั้น แต่จริงๆแล้วช่วงปลายฝนต้นหนาวนี่แหละ สุดยอดที่สุดแล้ว ^^ หลังจากดื่มด่ำและธรรมชาติและชักภาพกันจนสาแก่ใจแล้ว ก็เดินทางกลับที่พักอาบน้ำแต่งตัวแล้วขนสัมภาระขึ้นรถ พร้อมลุยผาชู้ต่อ.. เย่!
ไปถึงก็ลุยทันที ทางขึ้นเขามันชันอย่างต่อเนื่อง เดินๆเข้าไป ทางขึ้นผานี่สุดๆไปเลย มีแต่หินกับหน้าผา ถ้าพลาดนี่ตกเขาเอาง่ายๆเลย เป็นทางเดินทางเสียวที่สุดตั้งแต่เคยปีนเลย นึกแล้วยังเสียวไม่หาย ใครหนอเป็นคนคิดเอาเสาธงขึ้นไปปักที่ยอดหน้าผาเนี่ยยยย!! เดินกลับลงมา เดินทางไปกินข้าวกลางวันในตัวเมืองนาน้อยเติมพลังพร้อมเดินทางไปยังเสาดินนาน้อยต่อไป แดดแรงมากกก!! แต่ยังไงเราก็จะสู้ เดินบุกเข้าไปเลย!! ผิวไหม้ก็เพราะที่นี่แหละ 55 ที่นี่มีต้นไม้ชนิดหนึ่งชื่อว่าต้นดิ๊กเดียม มีความพิเศษตรงที่เมื่อเราเอานิ้วไปจี้ที่ลำต้น กิ่งและใบมันจะสั่นไหวราวกับคนบ้าจี้ ฟังแล้วเหมือนในนิยายแฟนตาซี แต่มันเป็นยังงั้นจริงๆนะ ลำต้นมันไวต่อการสัมผัส คงคล้ายๆกับไมยราบล่ะคับ เราก็จี้เล่นจนพอใจ แล้วก็ขึ้นรถเตรียมตัวบุกอุทยานแห่งชาติขุนสถานกัน!! อุทยานแห่งชาติขุนสถานเป็นอุทยานเปิดใหม่ สวยมากกกกก บรรยากาศดีสุดๆไปเลย ตอนแรกกะจะนอนที่นี่เพราะดูรูปแล้วชอบมากห้องนอนผนังเป็นกระจกตื่นมาเห็นทะเลหมอก เหมือนลอยอยู่ในสวรรค์ แล้วตอนนี้ค่าที่พักก็ยังไม่ต้องเสีย แต่จองไม่ทันมันเต็มไปอย่างรวดเร็ว น่าเสียดาย ก็คิดว่ายังไงก็ขอแวะมาเชยชมเสียหน่อย ถ่ายรูปไว้เยอะมาก พอถึงตอนเย็นก็แวะไปดูพระอาทิตย์ตกดินที่บ้านชาวบ้านแถวนั้น สวยงามมากก ^^ เสร็จแล้วก็ไปกินข้าวในตัวเมืองแพร่ แล้วมุ่งหน้ากลับสู่กรุงเทพฯเมืองฟ้าอมร พร้อมรับมือกับงานท่วมถ้นต่อไป จบแล้วครับสำหรับทริป 3 วัน 2 คืน ในเมืองน่าน เป็นทริปที่มีความสุขมากๆ ได้เที่ยวจุใจจริงๆ แล้วแต่ละที่ก็สวยงามสุดยอดไปเลย ^^ ธีรเดช เที่ยวหลังชนฝา 23-25 Oct 09 : ทริปล่องแก่งลำน้ำว้า น่าน (ตอนที่ 1 : ล่องแก่ง)การล่องแก่งเป็นสิ่งหนึ่งที่อยากทำมานานมาก แต่ไม่มีโอกาสได้ลองเสียที เพราะเป็นการเที่ยวที่ใช้เงินค่อนข้างเยอะ จนเมื่อเดือนที่แล้วได้ไปล่องแก่งหินเพิง ที่ปราจีนบุรีเป็นครั้งแรก ก็รู้สึกไม่โดนเลย มันติ่งมากๆ ได้ล่องแค่ 2 กิโล แถมต้องเดินขึ้นไปอีกต่างหาก ก็บอกกับตัวเองว่าเป็นการเริ่มต้นก่อนลุยของจริงละกัน ล่องแก่งลำน้ำว้า ได้ยินชื่อเสียงของความสุดยอดมากนานแล้ว เป็นการล่องแก่งที่ระดับความยาก 1-5 ถ้าน้ำมากๆก็อาจยากถึงระดับ 6 พยายามจะฟอร์มทีมไปลุยหลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จเสียที หลักๆเลยก็คือไม่มีตังค์ และป๊อด! จนได้มีโอกาสไปพบปะเพื่อนสวนฯ ก็อยากจะจัดไปเที่ยวด้วยกัน และกิจกรรมที่หลายๆคนอยากทำก็คือการล่องแก่งนี่ล่ะ เราก็เสนอลำน้ำว้าไปเลย ไปทั้งทีก็ไปให้มันสุดๆไปเลย ก็สรุปจบกันที่นี่ แต่กว่าจะลงตัวก็จะล่มแหล่ไม่ล่มแหล่อยู่เหมือนกัน เพราะอุทยานดันมาปิดฟื้นฟูช่วงเดือนกันยา ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำเยอะ น่าล่องแก่งมากๆ ต้องขอบคุณป๋ามิคที่คอยจัดการเรื่องเที่ยวทริปนี้มากๆ สมาชิกของทริปนี้มี 14 คน มี เรา มิค ตุ่ย รภ บิ๊ก ปิ่น หยี ศุภฤกษ์ หมอแชมป์ บุ๊ง(เพื่อนหมอแชมป์) อ๊อด มด โฮก จิ๊ป เริ่มออกเดินทางตั้งแต่คืนวันที่ 22 ตุลา นัดกันที่ปั้มปตท.ตรงข้ามโรงพยาบาลพญาไท 2 เหมารถตู้ไป เป็นรถแก๊สแบบ 4 แถวอ่ะ ก็ยัดๆไป ประหยัดๆ ไปถึงตอนเช้าประมาณ 7 โมง นัดกับทัวร์ที่โรงแรมเทวราช (ทริปนี้ใช้บริการของแจงแอนด์เจทัวร์ เพราะที่อื่นเต็มหมดแล้ว T T) ก็ล้างหน้าแปรงฟัน เปลี่ยนชุดพร้อมลุย แล้วจัดของใช้ที่จำเป็น ใส่ Ocean Pack ที่เค้าเตรียมไว้ให้คนละใบ ใส่ได้ไม่เกินคนละ 2 กิโล เราก็สบายๆ เอาชุดนอนไปชุดเดียวก็อยู่แล้ว แล้วก็ไปกินอาหารเช้าของโรงแรม จากนั้นก็ รอ รอ รอ อีกกรุ๊ปนึงซึ่งยังมาไม่ถึง รอไปรอมาถึง 11 โมง กว่าจะได้ออกเดินทาง โกรธมากๆ แต่เพิ่งมารู้ทีหลังว่ามีปัญหากับรถทัวร์ ขายตั๋วแต่ไม่มีรถเดิน แถมออกตั๋วซ้ำมาอีก กำหนดออก 2 ทุ่มครึ่ง แต่เลทไปถึงเที่ยงคืน!! น่าสงสาร เดินทางไปจุดเริ่มต้นล่องแก่งที่บ้านสบมาง อ.บ่อเกลือ ประมาณชั่วโมงกว่าๆ รถตู้ดันพาไปหลงอีก มึนจริงๆ ไปถึงก็ต้องรีบยัดอาหารกลางวัน กว่าจะได้เริ่มล่องก็ประมาณบ่ายโมงครึ่ง ต้องล่องแข่งกับเวลาเลย ห้ามหยุดพัก ต้องไปถึงแคมป์ให้ทันพระอาทิตย์ตกดิน ไม่งั้นจะอันตรายมากๆ
แต่ละลำมี นายหัว นายท้าย และพวกเราอีก 5 คน ลำเราก็มี เรา บิ๊ก อ๊อด แล้วก็พี่ผู้หญิงอีก 2 คน พี่ดากับพี่อ๋อ ส่วนนายหัวชื่อพี่แอ๊ด นายท้ายชื่อพล ประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 10 ปี เริ่มต้นซักซ้อมท่าพาย และสัญญาณต่างๆ แล้วก็ลุยเลย!! จ้ำกันไม่หยุดท่ามกลางสายฝนโปรยปรายลงมา มันส์มากๆ ตกเรือไปทีหนึ่งที่แก่งผีป่า เจอน้ำซัดแรงมากกระเด็นออกไปเลย ลำน้ำว้าตอนกลางยาว 80 km วันแรกล่องไปประมาณ 40 km กว่าจะไปถึงแคมป์ฟ้ามืดพอดี ขนสัมภาระแล้วก็อาบน้ำ กลุ่มพวกเราก็ลงไปอาบในแม่น้ำเลย อาบเสร็จก็นั่งรออาหารเย็นจากฝีมือพี่ๆนายหัวนายท้าย พวกเราก็นั่งเล่น killer กันแป๊บนึง ก็แยกย้ายกันเข้านอนในเต็นท์ริมแม่น้ำ ^^
ตื่นมาอีกวันหนึ่ง ไม่เคยไปเที่ยวแล้วนอนเต็มอิ่มขนาดนี้มาก่อนเลย นอนตั้ง 8 ชม แหน่ะ พร้อมลุยกับแก่งที่โหดกว่าเดิม ^^ กินไมโลขนมปัง และข้าวเช้าเสร็จเรียบร้อยก็ pack ของเก็บเต็นท์เตรียมตัวเดินทางต่อ ออกเดินทางตอน 9 โมง เจอแก่งแรกก็มันส์เลยทีเดียว จากนั้นก็มีแก่งความโหดระดับ 4-5 ตามมาติดๆ แก่งส่วนใหญ่จะเป็นแก่งลดระดับ เป็นเหมือนหน้าผาอ่ะครับ คือ น้ำจะไหลนิ่งๆ พอถึงแก่งก็จะตกลงมาเลย ความสูงก็ประมาณ 1-2 เมตร คือระหว่างที่ล่องถ้าเห็นว่าน้ำไหลนิ่งๆก็เตรียมตัวไว้เลยว่าจะเจอแก่งลดระดับแบบนี้ มองไปที่แก่งแล้วจะไม่เห็นน้ำแตกฟองเลย เหมือนจมหายไปเลย ซึ่งแก่งพวกนี้ต้องระวังพวกไฮโดรให้ดี มันจะเกิดกระแสน้ำวนในแนวตั้ง ถ้าเราไม่ช่วยกันพาย มันจะดูดเรือเอาไว้ และถ้าเกิดมีคนตกไปบริเวณนั้นมันจะดูดลงไปใต้น้ำ ต้องรีบว่ายหนีออกจากบริเวณนั้นทันที ดังนั้นพอจะถึงแก่งแต่ละทีก็ต้องรวบรวมสมาธิและพลังใจพอสมควร เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วก็ ฮึด!! เอี๊ยะ!! เอี๊ยะ!! เอี๊ยะ!! เร่งฝีพายพุ่งเข้าไปทันที มันส์สุดๆ
ล่องไปเรื่อยๆผ่านแก่งขอน แก่งครก จนมาถึงแก่งผารถเมล์ เป็นแก่งที่น้ำลดระดับสูงมาก มองไกลๆเห็นละอองน้ำที่เกิดจากกระแสน้ำกระแทกกับหินกระเซ็นขึ้นมาเต็มไปหมด เรืออีก 3 ลำจอดรอลำเราให้ไปสำรวจเส้นทางก่อน เนื่องจากมีประสบการณ์มากสุด เอาว่ะ ถึงตอนนี้แล้วจะยังไงก็ต้องลุย!! เอี๊ยะ!! เรือพุ่งเข้าไปที่ช่องว่างระหว่างหิน ผ่านจุดลดระดับ เรือแทบจะพุ่งตั้งฉากลงไปเลย วูบบบ.. ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าน้ำซัดเข้ามาแรงมาก คนที่นั่งกาบซ้ายทั้งหมด(รวมถึงเราด้วย)และนายหัวนายท้าย โดนน้ำซัดตกจากเรือไปแต่ยังดีที่นายหัวกับเรายังใช้ขายึดกับที่นั่งในเรือได้อยู่ ต้องให้เพื่อนๆกาบขวาดึงตัวขึ้นมา ส่วนพี่ผู้หญิงข้างหลังเราและนายท้ายหลุดออกไปจากเรือโดนกระแสน้ำพาลอยคอไปเรื่อยๆ แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือหมวกกันน็อคของพี่ผู้หญิงหลุดลอยไปด้วย นายหัวหน้าถอดสีอย่างเห็นได้ชัด รีบพายเข้าไปช่วยให้เร็วที่สุด เพราะหัวอาจโดนหินกระแทกได้ เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก!! ระหว่างที่เราถูกกระแสน้ำกดจมลงไปในน้ำนั้นรู้สึกเหมือนโดนหินกระแทกเข้าที่หัวทีนึง หลังจากที่ทุกคนขึ้นมาบนเรือได้อย่างปลอดภัย ก็ต้องมาสำรวจบาดแผลและปฐมพยาบาลกันชุดใหญ่ เราก็ได้แผลบาดที่นิ้วโป้ง และที่เข่า เลือดสีแดงสดใสมาก ก็พันผ้าก๊อชไว้กันเสียดสี ส่วนพี่ที่หมวกหลุด หน้าผากโดนกระแทกและถลอกมีเลือดซึมออกมาหลายจุด ก็ปิดแผลไว้ หลังจากนั้นเราก็ได้สอบถามนายหัวและเรือลำอื่นๆที่เห็นเหตุการณ์ได้ความว่า.. ตอนที่เราล่องลงไปที่ช่องว่างระหว่างหิน ขณะที่พุ่งลงไป กาบซ้ายเกิดไปกระแทกกับหิน เรือก็เลยเด้งออกมา ประกอบกับที่กาบขวาก็มีน้ำหนุนใต้เรือ ทำให้กาบขวายก แล้วพากาบซ้ายมุดลงไปในไฮโดรที่พร้อมจะดูดลงไปทุกเมื่อ เรือก็ลากไปกระแทกกับหินต่อ เรือลำอื่นๆที่คอยดูเหตุการณ์ก็ตกใจกันใหญ่ พุ่งลงไปแล้วเห็นคนหายไปทั้งแถบ ลอยไปตามน้ำ นึกว่าเรือจะคว่ำไปแล้ว…. แก่งนี้มันส์จริงๆ เป็นประสบการณ์ที่ต้องจดจำไปตลอดชีวิตเลยทีเดียว
เสียขวัญไปหลายแต่ใจยังสู้อยู่ ก็ลุยกันต่อไป ผ่านแก่งเสือเต้น แก่งโดด แก่งใหม่ แก่งสร้อย ก็มีลำอื่นกระเด็นกระดอน และมีคว่ำไปบ้าง จนมาถึงแก่งสุดท้ายคือ แก่งวังลุน หรือแก่งยาว เป็นแก่งคดเคี้ยวยาวประมาณ 100 เมตร ปลายแก่งหินบีบตัวลงทำให้กระแสน้ำแรงมากขึ้น ความยากระดับ 5 แต่ตอนที่เราไปน้ำเยอะมาก ความยากก็เลยไต่ระดับขึ้นไปที่ระดับ 6 เอาล่ะ เราต้องผ่านไปให้ได้ เอี๊ยยะ!! จ้ำๆๆๆๆ จ้ำสันคลื่นไปเรื่อยๆ เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา จ้ำๆๆๆ มันส์มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อยากย้อนกลับขึ้นไปซ้ำอีกทันที 55 นั่งข้างหน้านี่มันสนุกอย่างงี้นี่เอง ว่ะฮ่ะๆๆ น้ำซัดเข้าหน้า สุโค่ยยย มันส์มาก.. ตอนล่องแก่งเราใส่ contact lens รายวันไปล่ะ แต่แปลกมากมันดูดตาแน่นมากเลย น้ำซัดเข้าตาแรงๆตั้งหลายครั้ง ตกน้ำตั้งหลายรอบ มันก็ยังไม่หลุด เยี่ยมจริงๆ ถ้าหลุดแล้วล่องแบบมองไม่ชัดคงเซ็งไปทั้งชีวิต 55
หลังจากผ่านแก่งสุดท้ายก็ปล่อยลงน้ำเล่นน้ำลอยคอไปเรื่อยๆ จนถึงจุดสิ้นสุด ก็ขนสัมภาระ แบกเรือขึ้นรถ แล้วก็นั่งรถไต่ขึ้นเขากลับไปที่ออฟฟิศของทัวร์ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก็ไปกินข้าวเย็นชุดใหญ่ อร่อยดี จากนั้นก็นั่งรถตู้ไปซื้อของตุนเสบียง และขับรถมุ่งหน้าเข้าสู่ อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ps. ขอบคุณภาพประกอบจาก www.nantouring.com 16-20 Oct 09 : ค่ายกลางปี'09 ชมรมจุฬาฯสู่ชุมชนค่ายปีนี้จัดที่โรงเรียนบ้านเหมืองแพร่ อ.นาแห้ว จ.เลย ช่วงวันที่ 12-20 ตุลาคม 2009 เราตามขึ้นไปทีหลังล่ะ อยากขึ้นไปซึบซับบรรยากาศค่ายอ่ะ คิดถึงมากๆ ไม่ได้ไปมา 2 ปีแล้ว ตอนจะขึ้นก็มักจะมีงานเข้ามาทุกที ปีนี้พอจะจัดเวลาได้ก็ขอขึ้นสักหน่อย ค่ายนี้เป็นค่ายที่ 10 ของเราแล้วล่ะ ก็ขึ้นไปในฐานะของคนแก่ไปดูแลน้องๆ จะไปดูว่าค่ายตอนนี้เปลี่ยนไปถึงไหนแล้ว มันก็พ้น Generation เรามาแล้วล่ะ ทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดาตามการเปลี่ยนแปลงของโลก (ระหว่างเขียนอยู่ก็ถือโอกาสกลับไปย้อนอ่าน Blog ตอนไปค่ายกลางปีเมื่อ 2 ปีที่แล้ว) อ่านจบแล้วรู้สึกว่าโคตรแก่เลย ฮ่าๆ แก่จริงๆ.. เป็นคนแก่ที่โคตรเคร่ง โคตรจริงจัง และโคตรอยู่ในกรอบเสียด้วย.. แต่ครั้งนี้ที่เราขึ้นไปมันก็ยิ่งตอกย้ำว่าอะไรอะไรมันก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลาจริงๆล่ะ กฎอะไรก็ต้องปรับเปลี่ยนตามสภาพ ตอนนี้ชนบทแทบทุกที่ก็เจริญขึ้นจริงๆ วัตถุเข้ามาเต็มไปหมด เรื่องมือถือมันก็เป็นสิ่งปกติ เป็นสิ่งที่หาซื้อได้ทั่วไปและราคาไม่แพง เด็กๆในค่ายยังมีใช้เลย ดังนั้นเราควรมายึดที่วัตถุประสงค์กันมากกว่าตามที่ได้ถกเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ค่ายนี้แม้ว่าจะมีสัญญาณมือถือเต็มหลอด แต่ชาวค่ายทุกคนก็ให้ความร่วมมือดีมาก ไม่เอาออกมาใช้ในเวลาทำกิจกรรม ระหว่างวันก็ทิ้งมือถือไว้ในห้องนอนหน่ะแหละ ตอนเย็นก็ค่อยมาเปิดดูก็ได้ อีกอย่างคือไม่ค่อยเห็นชาวค่ายอยู่ในโลกส่วนตัวเท่าไร ทุกคนเอนจอยกับการใช้ชีวิตบนค่ายมาก เรามีเวลากันแค่ 7 วันหน่ะ ใช้ชีวิตตรงนั้นให้คุ้มค่าเก็บเกี่ยวประสบการณ์ตรงนั้นไปให้ได้มากที่สุด ^^ เพลงหรือเกมส์เอาไปเล่นนอกค่ายนู้น เล่นตอนไหนก็ได้ :-) ปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่เห็นเด่นชัดคือเรื่องเวลาละครับ น่าจะคุมได้ดีกว่านี้ เลทไปหลายอย่างเลย โดยเฉพาะกีฬาสีบางทีมันก็นานเกินไปนะสำหรับพาเหรด ระหว่างนั้นน้องก็กลับบ้านไปหลายคนเหมือนกัน ก็ลองปรับๆกันดูนะครับ ค่ายนี้เรื่องคนอาจจะมีปัญหาช่วงแรกๆ แต่ที่เหลือนี่ ถือว่าเป็นบุคลากรชั้นเยี่ยมเลยหล่ะ น้องๆให้ความร่วมมือดีมาก ทุกคนทุ่มเทจริงๆ พี่ขอยกนิ้วให้ ทุกค่ายมันก็มีปัญหาเข้ามาให้เราแก้เป็นธรรมดาอยู่แล้ว และเท่าที่พี่รู้ก็มีเสียน้ำตากันทุกค่าย แต่เมื่อเราเปิดใจซึ่งกันและกัน พูดคุยกัน ปัญหาเหล่านั้นก็จะหมดไป อะไรที่ดีๆก็เก็บเกี่ยวลงมา อะไรที่มันไม่ดีก็ทิ้งไว้ในค่าย จบในค่ายนะครับน้องๆ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ค่ายนี้ก็เป็นค่ายที่พี่ประทับใจมากๆอีกค่ายหนึ่ง แม้จะเป็นระยะเวลาสั้นๆก็ตาม ค่ายใหญ่เอาให้มันดีกว่านี้อีกนะครับ staff ทั้งหลาย เอาใจช่วยครับ ถ้ามีโอกาสพี่จะตามขึ้นไปนะ ธีรเดช รักชมรมสลัม ps. เด๋วนี้สกิลการเขียนของธีรเดชอยู่ในขั้นแย่มาก Friendship ของหลายๆคนที่เขียนไป ก็เขียนไม่ค่อยออก ตอนเขียนก็ปวดหัวมากๆด้วย น้องก็พยายามอ่านหน่อยนะ ทุกอย่างในนั้นพี่เขียนด้วยความปรารถนาดีทั้งหมด ถ้าอ่านแล้วแปลได้หลายความหมายก็เลือกความหมายที่ดีละกันนะน้องๆ 15 Oct 09 : เตรียมตัวไปค่ายวันนี้งืดทั้งวันเลย เมื่อเช้านอนตี 4 ตื่นมาอีกทีก็เที่ยงเลย ตื่นมาพร้อมกับความเจ็บปวดรอบดวงตาซ้าย.. ตาอักเสบหว่ะ บวมเลย ไม่รู้เป็นเพราะอะไร หรือว่าเพราะนอนดึกเกินไปว่ะ ร่างกายเลยอ่อนแอ เจอสกปรกนิดเดียวก็เลยอักเสบเลย กว่าจะไปถึงที่ทำงานก็บ่าย 2 วันนี้ก็ไม่ค่อยได้ทำงานเท่าไรหรอก เพราะมัวแต่จ้องมองโทรทัศน์ บังเอิญเป็นพวกสมาธิสั้น ไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไร ก็เลยหลุดบ่อย นั่นคงเป็นภาวะแวดล้อม แต่สาเหตุหลักจริงๆก็คงเรื่องปวดหัวแหละ มันยังตึ๊บๆไม่หายเลยอ่ะ คิดอะไรไม่ค่อยออกเลย ไม่ค่อยอยากทำอะไรเท่าไร พรุ่งนี้จะขึ้นค่ายแล้วด้วย ค่ายของชมรมสลัมหน่ะ ตามขึ้นไป ปีนี้ไปที่โรงเรียนบ้านเหมืองแพร่ ต.นาแห้ว อ.ด่านซ้าย จ.เลย จากแผนที่อยู่ติดตะเข็บชายแดนไทย-ลาวเลย.. ไม่ได้ไปมา 2 ปี คิดถึงบรรยากาศค่ายมาก อยากไปมาหลายที แต่ชอบมีงานเข้ามาชนตลอดเวลา ตอนนี้ลาออกมาแล้ว พอจะจัดสรรเวลาได้บ้างก็อยากขึ้นไป ถือว่าไปพักผ่อนสูดอากาศละกัน ^^ วันนี้ว่าจะรีบนอนละครับ อัดยาเข้าไป จะได้หายทันก่อนขึ้นค่ายพรุ่งนี้ พรุ่งนี้คงไม่ได้อัพนะครับ กลับมาอีกทีก็คงวันที่ 20 เลย.. ยังไงจะพยายามอัพรูปขึ้นมาให้ชมกันนะครับ ธีรเดช ไปค่าย 14 Oct 09 : วันที่วุ่นวายและปวดหัวมากกทำตามสัญญา ที่มีคนท้าไว้ ไม่หลับไม่นอนแล้วคืนนี้ มาเขียนก่อน หุหุ จริงวันนี้มีเรื่องเขียนเยอะนะ แต่จะถ่ายทอดมายังไงนั้นอีกเรื่อง เพราะตอนนี้ตึ๊บมาก ปวดหัวมากด้วยเช่นกัน เริ่มเลยดีกว่า วันนี้ไม่ได้ตั้งนาฬิกาปลุกเพราะรอโทรศัพท์จากช่างมาปลุก เนื่องจากนัดให้มาซ่อมแอร์ที่บ้านใหม่ แล้วเค้าบอกว่าจะโทรมานัดก่อนล่วงหน้า พลิกตัวไป พลิกตัวมาหลายรอบ มองเหลือบไปดูนาฬิกา 11 โมงแล้วทำไม ยังไม่โทรมา ตื่นแล้วดีกว่า โทรไปหาเองเลย คุณโอเปอร์เรเตอร์เสียงสวยรับ(หน้าสวยด้วยรึเปล่าไม่แน่ใจเพราะเมืองไทยยังไม่มี 3G มองไม่เห็นหน้า สาดดดดดด ลาว เขมร มี 3G WiMAX หมดแล้ว สาดดดด) ได้ความว่าช่างจะเข้าไปไม่เกินบ่ายโมง ก็เลยกราดไปหนึ่ง Magazine ไหนบอกจะโทรมาก่อน ผมต้องใช้เวลาเดินทางไปบ้านใหม่ประมาณ 1 ชม.. สาวเสียงสวยตอบว่าก็ทันนิ๊ค่ะ จะไม่ให้กรูอาบน้ำ กินข้าวเลยหรือไง สาดดดดดดด ตัดมาที่บ้านใหม่ ช่างมาแล้วก็ซ่อมๆ เช็คไปเช็คมาสรุปว่า Fuse ขาด เนื่องจากเกิดไฟย้อน และพบว่าช่างที่มาติดตั้งแอร์ต่อสาย Terminal สลับข้างกัน โห.. ชุ่ยจิงๆ และช่วงสลับไฟนี้ ช่างมันเก่งไม่ยอมสับ Breaker ก็เลยเกิด Short Circuit เป็น Firework สวยงาม 1 ดอก สุดท้าย Breaker มันก็ตัดเอง หรือว่าเป็นวิธีตัด Breaker ของเค้าว่ะ ห่วย!! และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ได้สัมผัสแรงกระแทกของ short circuit ในระยะประชิด ระหว่างที่ช่างบอกให้ไปเปิด Breaker ไอ่เราก็ขึ้นไปสับแต่ตอนดันขึ้นนี่สิ.. ได้ยินเสียงตู้ม! เกิดแสงไฟชัดเจนจากตู้ main พร้อมด้วยแรงลมกระแทกเข้าหน้าอย่างจัง.. ตกใจสิ!! ไม่เคยเจอแรงอัดใส่หน้าในระยะประชิดขนาดนี้มาก่อน เฮ้อๆๆๆ ขอโน๊ตเรื่องวิธีตรวจสอบปัญหาเบื้องต้นของแอร์นิดนึง คือ ถ้าเกิดอยู่ดีแอร์ที่เคยใช้ได้เป็นปกติ เกิดดับขึ้นมาและเปิดไม่ติดอีก ก็ให้สันนิษฐานว่า Fuse มันขาด ก็ให้ไปเปิดฝาบนที่ Compressor ดูจะมี Fuse อยู่ตัวนึง ดูว่ามันขาดหรือเปล่า ถ้าขาดก็ซื้อไปเปลี่ยน ตัวละ 5 บาท รุ่นเราเค้าบอกให้ซื้อ 2Amp นะ ยี่ห้ออื่นไม่รู้เป็นยังไงบ้าง ก่อนจากเราก็ถามว่า ปกติถ้าหมดประกันไปแล้ว คิดค่าแรงเท่าไร ให้เวลาคิด 3 วิ......... 1... 2... 3... 1025 บาท.. นี่เฉพาะค่าแรงนะ สาดดด เค้าบอกว่า อย่างวันนี้เปลี่ยน Fuse อย่างเดียว ราคา Fuse ของบริษัท 25 บาท บวกค่าแรงอีก 1025 บาท ก็เป็น 1050 บาท โหหห.. โหดมากกกก นี่แหละครับ แอร์มิตซู แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างอื่นก็คนละเรตกันนะ ต้องลองดู หุหุ เรื่องเดียวก็เยอะแล้วอ่ะทำไงดี ต่อๆดีกว่า
วันนี้รถติดมาก.. จากกองสลากถึงป้อมพระสุเมรุ 1 ชม.!!!!! ตอน 4 โมง ให้ตายเถอะ ไปประชุมไม่ทันเลย เสียใจ! ไปเลยเดินไป CTW เพราะวันนี้มีนัดกับเพื่อนที่บริษัทเก่าอ่ะ นัดเลี้ยงส่ง กับ ให้มันเลี้ยงเนื่องจากมันได้โปรโมทเป็น Senior กันล่ะ โฮะๆๆ ส่วนเราออกมาก่อนก็เลยไม่ได้ ยังเป็น Junior อยู่เลย ^^ พอก่อนดีกว่า เดี๋ยวจะไม่มีคนอ่าน นอนล่ะครับ.. อรุณสวัสดิ์ครับ ^^ 13 Oct 09 : เริ่มต้นอีกครั้งธีรเดช กลับมาให้คำมั่นสัญญาอีกครั้งว่าจะเขียน blog อย่างต่อเนื่อง ช่วงนี้มีเรื่องเฟวๆเข้ามาแบบว่าไม่ขาดสายเลย ก็อยากจะถ่ายทอดเรื่องราวบางเรื่องที่ติดค้างอยู่ในหัว หรือบางเรื่องที่ตกผลึกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เอามาบันทึกไว้เหมือนกัน เหตุผลก็เดิมๆอ่ะครับ เหมือนที่เขียนทุกที เป็น moment of thoughts แต่ละช่วงเวลาที่ผ่านมานี่ความคิดก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ไม่รู้แล้วล่ะคับ ตอนนี้มันตื้อๆอยู่ในหัว เดี๋ยวไว้คิดออกแล้วจะมาใส่ไว้ละกัน 10 Oct 09 : ติดตั้งระบบประปาเข้าบ้าน ^^ (ภาคต่อ)กลับมาอีกรอบกับภารกิจการติดตั้งปั๊มน้ำ ครั้งนี้เรามาดูส่วนของระบบไฟฟ้ากัน ^^ หลังจากต่อระบบน้ำเสร็จ ก็ทดสอบการทำงานของปั๊มน้ำด้วยการเสียบปลั๊กตรงๆเลย ใช้งานได้ดีเยี่ยม หลังจากวันนั้นก็เลยตระเวณหาซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ยังขาดอยู่ นั่นก็คือ
ข้อ 2 และ 3 หาซื้อได้ง่ายดายตามร้านวัสดุก่อสร้างทั่วไป ส่วนข้อแรกนี่สิ รากเลือดทีเดียว แรกสุดเลยไปดูตามร้านวัสดุก่อสร้างแถวบ้านไม่มีสักร้าน ไอ่ที่กันน้ำได้ก็มีแต่ปลั๊กตัวเมียคู่ ก็เลยไปดูที่ Homework ที่ Central Town รัตนาธิเบศน์ มีขายนะ แต่ว่ามีแต่ตู้ใหญ่ๆทั้งนั้น พนักงานบอกว่า Homepro มีครับ มีขนาดเล็กพอดีใส่ Breaker ได้ 1 ตัว ได้ยินยังงั้นก็ตาวาว เปิดเว็ปหาว่ามีสาขาไหนใกล้ๆบ้าง เห็นมีตรงเพลินจิต และหลายๆคนบอกว่าสาขาใหญ่ ไอ่เราก็บึ่งไปเลย เข้าไปถามๆสรุปว่าไม่มีตู้กันน้ำเลย มีแต่ตู้โทรศัพท์ สาดดดดดด ยังดีที่ตะล่อมถามพนักงานขายว่าแถวไหนมีขายบ้าง และเค้าก็บอกว่า "อ้อ Homepro สาขาอื่นมีหมดทุกสาขาครับ ยกเว้นสาขานี้สาขาเดียว สาขานี้ที่น้อยครับ" ธีรเดชได้ยินดังนั้นก็ผรุสวาทในใจด้วยระดับความอัดอั้นเต็มพิกัด หลั่งไหลลงสู่ Social Network ทุกชนิด แสดดดด!! กรูจะโชคดีอะไรขนาดนั้นว่ะ สาขานี้ไม่มีสาขาเดียว หลังจากสารเคมีในกระโหลกเริ่มทุเลาลงก็กลับมาเปิดเว็ปหาสาขาอื่นต่อไป อ๊ะๆ สาขารัชดา ใกล้รถใต้ดินศูนย์วัฒนธรรมด้วย ใกล้กว่าที่คิดไว้ตอนแรกวุ้ย ทุกทีเห็นว่ารัชดาก็จะขอบายก่อนเพราะรู้สึกว่าเดินทางลำบาก ซึ่งจริงๆแล้วเค้ามี Metro มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เฮ้อ จูนหัวใหม่แล้ว หุหุ อ้า.. ได้ของมาครบสักที วันนี้จะได้เริ่มประกอบร่างแล้วสิ ธีรเดชเดินไปที่จุดต่อปั๊มน้ำที่ทางโครงการเดินสายรอไว้ด้วยความเบิกบานใจ ยู้ฮู้วววว ขันสกรูร้องเพลงไปด้วย... บรรจงเอาคัทเตอร์กรีดชั้นสีที่ทาเคลือบไว้.. แล้วใช้ไขควงงัดออกมา.. ผ่าง!!! แต่สังเกตเห็นอะไรมั้ยครับ???? มันมีสายไฟแค่เส้นเดียว!! ณ เวลานั้นหัวใจแทบจะตกลงมาที่ตาตุ่ม เพลงที่ฮัมอยู่ก็พลันจุกอยู่ที่คอ หายใจไม่ทั่วท้อง ตำราที่กรูเคยร่ำเรียนมาตั้งแต่เด็กไม่มีเล่มไหนเลยที่บอกให้เอาสายไฟเส้นเดียวมาต่อให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกทำงานได้! หรือจะให้ต่อ Neutral ลงดินว่ะ สาดดดดดด!! !#$%!*^%%!$% ธีรเดชอึ้งกับความชุ่ยของช่างรับเหมาไปพักใหญ่ๆ หลังจากเรียกสติกลับคืนมาได้ ก็เดินไปหยิบมือถือ กะว่าจะถ่ายรูปท่อร้อยสายไฟที่ฝังในผนังดูว่าอีก 2 เส้นมันค้างอยู่ในท่อหรือเปล่า ก็ยังมองโลกในแง่ดีดยู่นะ หรือว่าคิดเข้าข้างตัวเองก็ไม่รู้ แต่ที่รู้คือไม่อยากให้แพลนที่ออกแบบมาไว้ต้องพังครื่นลงมาเพราะความชุ่ยของช่าง!! และรูปที่ออกมา ก็เป็นเช่นนี้ ไม่มีครับ มีเพียงสายไฟเส้นเดียวโดดเดี่ยวเดียวดายในท่อนั้น! ธีรเดชเอ๋ย เจ้ามองโลกในแง่ดีเกินไป!! ก็เลยเข้ามาดูในบ้านซึ่งเป็นห้องครัว มองไปก็มีจุดต่อปลั๊กไฟอยู่ในแนวท่อเดียวกันเลย วู้ววว แต่ปัญหาอยู่ที่ข้าพเจ้าได้จ้างช่างให้มาปูกระเบื้องผนังครัวโดยรอบแล้ว และเค้าก็ยาแนวตรงหน้ากากปลั๊กให้จมอยู่ในปูนอย่างเรียบร้อย แต่เพื่อความสวยงามของตัวบ้านและเจตนารมณ์ของตัวเองที่ตั้งไว้ ผมยอม!! สับ Breaker เรียบร้อย ก็หยิบไขควงมาแล้วค่อยๆกรีดปูนยาแนวที่ทับหน้ากากออกทีละนิดๆ แล้วใช้ไขควงงัดหน้ากากออกมา ขันน๊อตออกแล้วดึงแผงปลั๊กออกมาเพื่อดูไส้ดูพุงมัน ทะแด๊นน!!! อ้ายช่างเฮงซวยยยยยยยยยยย!! มันต่อสายไฟเส้นเดียวจริงๆด้วย!! แต่พอเห็นยังงี้ก็ใจชื้นขึ้นมาทันที เดี๋ยวกรูร้อยสายไฟเองก็ได้ว่ะ ก็เลยโทรศัพท์กริ๊งกร๊างไปหาเพื่อนตู้ ภาคไฟ ณ นครศรีธรรมราช ขอคำแนะนำเรื่องเอาสาย Neutral กับ Ground ของปลั้กไฟซึ่งมี Breaker คุมไฟคนละตัวกัน แต่จะเอาสายมาใช้ร่วมกันได้หรือเปล่า ซึ่งเทพตู้ก็ตอบว่าได้!! โอเคจบข่าว ความฝันฉันกำลังจะเป็นจริงแล้ว สิ้นเสียงเพ้อฝัน ฟ้าก็ร้องโครมคราม มองดูนาฬิกา ตายห่าน!! 6 โมงแล้ว แล้วจะทำเสร็จได้เช่นไร โดนยุงหามแน่ๆ รอจนฝนหยุดก็นั่งเลื่อยท่อ นั่งต่อท่อ นั่งลนไฟท่อ นั่งตัดสายไฟ นั่งพันสายไฟ นั่งตบยุง ทำอยู่อย่างนี้วนไปเรื่อยๆ 2 ทุ่มก็แล้ว นั่งทำไปเรื่อยๆ มองดูนาฬิกา 4 ทุ่มแล้ว ก็ยังไม่เสร็จเสียที ขาลายหมดแล้วด้วย ยากันยุงก็ไม่ได้เตรียมมา ยังดีที่พ่อแม่เราคอยช่วยหยิบนู้นยื่นนี่มาให้ตลอด แม่เราก็เอาผ้ามาปัดยุงให้ตลอดเวลา ซึ้งงงงงงง ก็นะอยากจะต่อให้เสร็จๆไปเลย เพราะอีก 2 อาทิตย์ก็ไม่ว่างมาแล้วต้องไปเที่ยว หุหุ ทำไปทำมา ก็เสร็จสิ้น ตกแต่งให้สวยงาม เอาซิลิโคนอุดตามช่องต่างๆ เพื่อไม่ให้น้ำเข้า เป็นอันเสร็จพิธี มองนาฬิกา 4 ทุ่มครึ่งพอดี ทดสอบๆๆ สุดยอดๆๆ ดีใจน้ำตาไหล.. ในที่สุดข้าพเจ้าก็สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่คิดว่าไม่น่าจะแก้ได้ให้สำเร็จลุล่วงตามทุกอย่างที่วางแผนไว้ ภูมิใจมากๆๆๆๆ ^^ (พูดตรงๆนะ นี่ถ้าจ้างช่างมาติดตั้งคงจบตั้งแต่เปิดมาเห็นสายไฟเส้นเดียวแล้วล่ะ แล้วเค้าก็คงเดินไฟมาจากปลั๊กไฟหลังบ้าน ตามความคิดแว๊บแรกของข้าพเจ้าที่ผ่านเข้ามาเช่นกัน!! เพราะเป็นทางออกที่ง่ายที่สุด และดูเหมือนจะเป็นทางออกทางเดียวเสียด้วย ก็ต้องร้อยท่อไฟลอยเกะกะไม่น่ามองอยู่ที่ผนังหน่ะ และคงจะต้องมาเจ็บใจตัวเองที่แต่ก่อนกรูจะจ้างช่างราคาแพงให้มาร้อยท่อฝังกำแพงทำไมว่ะ ชัวร์ๆ) ดีใจได้โล่ห์ ยู้ฮู้ววว.. ขอขอบคุณ กล้องถ่ายรูป Nokia N78 ที่สาดแฟรชให้ข้าพเจ้าเห็นช่องว่างในท่อ และทำให้เกิดข้อสังเกตต่างๆมากมาย อันนำไปสู่วิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดในครั้งนี้ ธีรเดช เป็น ช่างไฟ 25-28 Sep 09 : ติดตั้งระบบประปาเข้าบ้าน ^^ช่วงนี้เป็นช่วงว่างงาน ว่างงานในที่นี้หมายถึงลาออกจากบริษัท ไม่ต้องไปทำงานที่บริษัท หาใช่ว่างงานแบบนั่งดูซีรี่ส์กระดิกเท้าดิ๊กๆอยู่บนโซฟา และตามที่ได้ลิสต์ไว้ในบล็อกที่แล้ว ช่วงว่างงานนี้ ข้าพเจ้าได้หาเรื่องหางานเข้ามาเติมให้เต็มทุกสล็อตที่ว่างไว้จนแน่นเอี๊ยด ไม่มีเวลาแม้แต่จะเปิดดูซีรี่ส์สักกะเอพิโสด อรัมภบทมาพอสมควร ตรงเข้าเรื่องเลยดีกว่า 4 วันที่ข้าพเจ้าหายไปนั้น ข้าพเจ้าได้แปลงกายไปเป็นกรรมกร อาบเหงื่อต่างน้ำ หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน กอดรัดฟัดเหวี่ยงกับการต่อระบบประปาเข้าบ้าน กล่าวคือ ข้าพเจ้าได้ซื้อแทงค์น้ำและปั้มน้ำมาตั้งไว้เป็นอนุสรณ์สถานตั้งแต่บ้านเสร็จใหม่เอี่ยมเหม็นกลิ่นปูน หากจะนับจนถึงปัจจุบันก็สิริรวมราว 2 ปีเห็นจะได้ ตั้งตากแดดตากฝนตากลมหนาวมาก็เพื่อวันนี้.. วันที่ข้าพเจ้าออกจากงาน ตึ่ง!! ไม่ใช่แระ (ขออนุญาตกลับสู่โหมดปกติ) ที่ไม่ได้ต่อปั้มก็เพราะยังไม่ได้ย้ายเข้าไปเสียที คือไม่อยากตั้งปั้มน้ำราคาแพงไว้นอกบ้านโดยที่ไม่มีใครอยู่บ้าน เพราะมีข่าวขโมยปั้มน้ำหนาหูมาก กลัวง่ะ ไม่มีตังค์ซื้อใหม่ด้วยแหละ กรอบๆ จริงๆก็ยังไม่ได้ย้ายหรอก แต่มีเวลาพอเหมาะพอเจาะพอดี ก็ทำเลยดีกว่า ประเด็นไม่ใช่อะไร เดี๋ยวปั้มน้ำจะหมดประกัน T T ทุกอย่างในบ้านที่เห็นว่าเราทำเองทั้งหมดไม่ใช่อะไรหรอก ความคิดเริ่มต้นคือจะให้ช่างมาทำทั้งหมดในบ้านแหละ แต่พอเจอช่างทิ้งงานไป 2 รอบ ก็เลยตั้งสัจจะวาจากับตัวเองว่า "ที่เหลือกูจะทำเอง!!" ก็เลยเป็นเวรเป็นกรรมมาถึงบัดเดี๋ยวนี้ 55 ไม่ใช่สิ จริงๆเราก็พอมีความรู้ช่างจากค่ายสร้างสะพานมาบ้างก็คิดว่าน่าจะทำได้ อีกอย่างเป็นการหาความรู้ DIY ใส่หัวด้วยแหละ ^^ เข้าเรื่องจริงๆสักที ขั้นต้นก็ต้องศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการต่อระบบประปาเบื้องต้นก่อน ก็หาตามเว็ปไซต์นั่นแหละ กูเกิ้ลทุกสิ่งอย่าง ต่อมาขั้นตอนการออกแบบ แหม.. จบคอมพ์มาทั้งทีจะมาขีดๆเขียนๆลงกระดาษก็ใช่ที่ ต้องออกแบบเป็น 3D เลย ขึ้นรูปเป็นโมเดลสวยงาม เครื่องมือที่ใช้ก็จากกูเกิ้ลอีกนั่นแหละ Google SketchUp ลองใช่ดูนะครับ ง่ายดี หลังจากออกแบบและปรับแก้ไปหลายรอบก็ถึงเวลา ซื้อของเตรียมอุปกรณ์แล้วล่ะครับ ก็ลิสต์จาก component ในโปรแกรมเลยครับ ง่ายดี พอซื้อของเสร็จเรียบร้อยก็ได้เวลาลงมือแล้วล่ะครับ ^^
ตอนแรกตั้งใจจะทำวันเดียว แต่ติดปัญหาตอนหาซื้ออุปกรณ์ของระบบไฟนี่แหละ พอดีจุดต่อไฟปั้มน้ำที่โครงการให้มามันอยู่นอกบ้าน ก็เลยต้องหากล่องที่มันกันน้ำได้เพื่อจะได้ใส่เบรกเกอร์เอาไว้ข้างในได้โดยไม่ช็อต ข้อต่อท่อเดินสายไฟก็หมด สุดท้ายก็ได้อุปกรณ์ต่อไฟไม่ครบ ก็ไม่เป็นไร ติดไว้ก่อน อาทิตย์หน้าค่อยมาลุย ลากยาวมาถึงวันที่สอง ต่อเสร็จเรียบร้อยปรากฏว่าปั้มน้ำทำงานโดยที่ไม่มีการใช้น้ำ ก็ต้องขุดดินรื้อส่วนต่อเติมก๊อกสนามบริเวณสวนเมื่อชาติที่แล้วมาดู ขุดไล่ไปเรื่อยๆ ยังไม่ทันเสร็จฟ้าก็มืดฝนก็ตกโครม!! ลากยาวมาถึงวันที่สาม ไล่ขุดจนครบก็ไม่เห็นรอยรั่ว อาจจะเป็นที่จุดอื่น ไว้ค่อยมาไล่ดูใหม่ กลบดินฝังท่อตกแต่งให้สวยงาม ทำความสะอาด เป็นอันเสร็จพิธี ^^ ดีใจจัง เสร็จแล้ว ภูมิใจมากมาย ลุ้นมากตอนที่เปิดน้ำไหลเข้าระบบ ถ้าน้ำรั่วแม้แต่จุดเดียวก็ต้องรื้อใหม่หมดเลย แต่นี่มีซึมบ้าง ใช้ๆไปเดี๋ยวก็มีพวกตะกอนมาอุดเอง เค้าว่ากันนะ :-) ลองเทียบดูนะครับว่าเหมือนหรือต่างกันอย่างไร ^^ ธีรเดชเป็นกรรมกร |
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะค้าบบ.. แกจำเค้าได้ป่าวเป็นงัยบ้างโตขึ้นบ้างป่าว
ไม่ได้เจอเพื่อนสมัยประถมนานเลยอ่ะ
ป.ล.นี่เมลเค้าถ้าจำกันได้ add ด้วยนะจ๊ะ security_104@hotmail.com
1 月 12 日
こなつneupian ✿撰寫:
ดีค่าพี่ธี เป็นไงบ้างค่ะ
นิวเพิ่งสอบเสร็จสดๆร้อนๆเลย เล่นเอาวิญญาณออกจากร่าง(= =)
ขอบคุณที่ชะแว๊บเข้ามาดูเสปสที่เพิ่งได้อัพในรอบหลายเดือนนะค่ะ 555
เรื่อง X JAPAN ก็แน่นอนค่ะ ที่สุดแล้ว หุหุ (^^")
ป.ล.รักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ อย่าทำงานหักโหมน๊า
10 月 3 日
leekant撰寫:
แหะๆ คงต้องยอมรับว่าเนื้อหาเรื่องนั้น เกี่ยวกะพี่ธีจริงๆ(ขอเรียกพี่นะ ^^)
ขอบคุณอีกครั้ง ที่ทำให้เห็นอะไรดีๆนะงับ
2 月 6 日
leekant撰寫:
เข้ามาแอบอ่าน(พอดีเห็นหน้าคุ้นๆ) อย่าว่ากันนะค้าบ
ได้อะไรหลายอย่างเลยทีเดียว ^-^
2 月 5 日
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|